ครูรัตนา ขุนปราบ

ชื่อผลงาน รายงานการสร้างและพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  วิชา  สังคมศึกษา  เรื่อง  ประเพณีวัฒนธรรมไทย  4  ภาค
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3   โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พัทลุง
ลักษณะผลงาน รายงานการปฏิบัติงานในหน้าที่
ผู้วิจัย นางรัตนา  ขุนปราบ
ปีการศึกษา 2553

บทคัดย่อ

                        การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์  1)  เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของ  บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  วิชา  สังคมศึกษา  เรื่อง  ประเพณีวัฒนธรรมไทย  4  ภาค  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พัทลุง  2)  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่อง  ประเพณีวัฒนธรรมไทย  4  ภาค  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พัทลุง  ก่อนใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  กับหลังใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 3)  เพื่อศึกษาความพึงพอใจ  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พัทลุง  ที่มีต่อการเรียน  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  เรื่อง  ประเพณีวัฒนธรรมไทย 4  ภาค  โดยใช้  บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

ผู้วิจัยได้สร้าง  บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  วิชา  สังคมศึกษา  เรื่อง  ประเพณีวัฒนธรรมไทย  4  ภาค  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พัทลุง ขึ้น  พร้อมทั้งได้สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์  ก่อนและหลังการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  ได้ทำการทดลองกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พัทลุง  ภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2553  จำนวน  20  คน  โดยผู้วิจัยดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ในชั่วโมงสอนปกติ  สัปดาห์ละ  2  ชั่วโมง  จำนวน  20  แผนการเรียนรู้  รวม  20  ชั่วโมง  เครื่องมือที่ใช้     ในการศึกษา  ได้แก่  บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  จำนวน  4  ชุด  แบบ  ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่อง  ประเพณีวัฒนธรรมไทย  4  ภาค  จำนวน  40  ข้อ  แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน  ประจำบทเรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  จำนวน  40  ข้อ  และแบบสอบถาม  ความพึงพอใจของนักเรียน  จำนวน  15  ข้อ

การวิเคราะห์ข้อมูล  หาประสิทธิภาพ  ทดสอบความแตกต่างของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ก่อนและหลังการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน ประจำบทเรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียน  โดยการหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (S.D.)  และการทดสอบค่าที  (t-test )

ผลการศึกษาพบว่า  1)  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่องประเพณีวัฒนธรรมไทย  4  ภาค  ของนักเรียน  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พัทลุง  ก่อนใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  กับหลังใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  แตกต่างกัน  โดยหลังใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  สูงกว่าก่อนใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  0.01      2)  การหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ที่สร้างขึ้น มีประสิทธิภาพ 84.50/82.38      นักเรียนสามารถนำไปใช้ได้  3)  นักเรียนมีความพึงพอใจที่ดีต่อการเรียน  วิชา     สังคมศึกษา  เรื่อง  ประเพณีวัฒนธรรมไทย  4  ภาค  มีค่าเฉลี่ย  4.81  สรุปได้ว่านักเรียนมีความ    พึงพอใจในระดับดี  ต่อการเรียน  วิชา สังคมศึกษา  เรื่อง  ประเพณีวัฒนธรรมไทย  4  ภาค  โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

Leave a Reply

Or

Your email address will not be published.